BodyFX by Inmode พารามอเตอร์เพื่อการรักษาด้วย BodyFX

HandpieceTreatment ApproachRF Power (Watts)Pulse Width (Sec)Cut-Off Skin Temperature(°C)
BodyFXSensitive skin30-402สูงสุดเท่าที่ผู้เข้ารับการรักษาทนได้
BodyFXNormal skin35-453
BodyFXResistance skin40-504

 

  • RF Power Level: บริเวณที่มีชั้นไขมันบางสามารถปรับค่า RF power ที่ 30 Watts บริเวณหน้าท้องปรับค่า RF power ที่ 40 Watts บริเวณหน้าท้องที่มีชั้นไขมันหนาปรับค่า RF power ที่ 50 Watts คลื่น RF จะทำงานประสานกันกับระบบสุญญากาศ (Vacuum) หากมีลมรั่วหรือไม่มีแรงดูดสุญญากาศ ที่บริเวณหน้าจอจะแสดงคำเตือน “Vacuum” และเครื่องจะไม่ปล่อยคลื่น RF ออกมา, ในบริเวณที่มีชั้นไขมันบางๆ ควรตั้งค่าพลังงาน RF น้อยๆ เช่น ไขมันท้องแขน 30 W หรือ หน้าท้องบางๆ 40 W,
  • Cut-off Temperature: ขึ้นอยู่กับการทนความร้อนของผู้รับการรักษา อุณหภูมิที่ดีที่สุดคือ 43°C แต่โดยปกติมักทนได้ที่ 38-42°C หากผู้รับการรักษาสามารถทนความร้อนได้น้อยกว่า 41°C ควรเพิ่มระยะเวลาสะสมความร้อนจากเดิมน้อยที่สุดที่ 15 นาทีต่อ Zone
  • Pulse Width: ระยะเวลาที่สะสมความร้อนในแต่ละ Pulse แนะนำที่ 2-4 วินาที หากตั้งค่า pulse width น้อยที่สุดที่ 2 วินาที ทำให้ใช้ระยะเวลาในการรักษาที่นานขึ้น อาจพิจารณาเลือกใช้ในบริเวณที่มีชั้นไขมันบาง เช่น แขนเพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากแรงดูดสุญญากาศ หากตั้งค่า pulse width สูงที่สุดที่ 7 วินาทีผิวจะสามารถสะสมความร้อนได้เร็วขึ้น

Treatment Zone Size

  • Body FX สามารถวาง handpiece ได้ 4-6 ช่อง
  • ควรวาดรูป Treatment Zone ก่อนทำการรักษา

ก่อนทำการรักษา

  1. ทำความสะอาดผิว handpiece ภายนอกและขั้ว RF ด้วย alcohol pad 70% ทำความสะอาดภายใน handpiece ด้วยไม้พันสำลีชุบแอลกอฮอล์หมาด
  2. หากผู้รับการรักษาทานยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด ควรให้แพทย์พิจารณาเพื่อหยุดยาอย่างน้อย 7-14 วันก่อนทำการรักษา เพื่อลดอาการข้างเคียงจากแรงดูดสุญญากาศ
  3. ทำความสะอาดผิวบริเวณที่ทำการรักษาให้สะอาดและเตรียมผิวให้แห้งก่อนเริ่มทำการรักษา
  4. วาดพื้นที่ที่ทำการรักษาต่อ 1 Zone (10×15 cm)ด้วย white marker ในท่ายืน

ขั้นตอนการทำการรักษา

  1. ห้ามใช้เจล ครีมและโลชั่นทาผิวบริเวณที่ทำการรักษา
  2. วาง handpiece ให้แนบกับผิวและกดเล็กน้อย เพื่อให้แน่ใจว่าแรงดูดสุญญากาศทำงานและ RF Power ลงไปใต้ผิวได้ลึกขึ้น
  3. ใช้มืออีกข้างช่วยยืดผิวบริเวณที่ทำการรักษาให้ราบเรียบ สะดวกต่อการรักษา
  4. กด foot switch เพื่อให้แรงดูดสุญญากาศทำงาน มีการปล่อย RF Power เพื่อสะสมความร้อนใต้ผิวเป็นระยะเวลา 2-4 วินาที สามารถปรับสูงสุดได้ 7 วินาที
  5. เคลื่อนมือให้แต่ละตำแหน่งซ้อนทับกัน (Overlap) อย่างน้อย 10 – 20%
  6. ทำซ้ำใน Zone เดิมที่ทำการรักษา จนได้อุณหภูมิ cut-off temperature ที่ต้องการ
  7. Maintain อุณหภูมิ 10-20 นาทีต่อ Zone โดยเริ่มนับเวลาหลังจากอุณหภูมิผิวถึง cut-off
  8. หากผู้รับการรักษารู้สึกว่าผิวสะสมความร้อนมากเกินไปจนไม่สามารถทนได้ อาจพิจารณาลด pulse width หรือลด RF Power และหากยังไม่สามารถทนร้อนได้อาจพิจารณาลดค่า cut-off temperature
  9. ทำการรักษาใน Zone ที่ 2 ด้วยวิธีการเดียวกับ Zone แรก
  10. ในบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบสะดือ ควรรอให้ผิวได้ระบายความร้อนก่อนทำซ้ำในรอบที่ 2 อาจแบ่งเวลาเป็น 2 pass เช่น Zone ที่ 1 pass แรก 5 นาที แล้วทำการรักษา  Zone ที่ 2 เป็นเวลา 5 นาที แล้วจึงกลับมาทำการรักษา Zone  แรก อีก 5 นาที แล้วจึงกลับไปทำการรักษาใน Zone ที่ 2 อีก 5 นาที
  11. การ maintain อุณหภูมิ cut-off ให้นานขึ้น เช่น 10-20 นาที อาจช่วยลดจำนวน sessions

หลังเข้ารับการรักษาผิวจะมีสีชมพูเรื่อๆ อาจบวมเล็กน้อย และผิวดูกระชับขึ้น

หลังทำการรักษา

  1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อนหรือการทำผิวสีแทนหลังทำการรักษา 2 วัน
  2. หลีกเลี่ยงการขัด ถู เกา บริเวณที่ทำการรักษา
  3. ทาครีมเพื่อเพิ่มชุ่มชื้นที่ผิวในบริเวณที่ทำการรักษา
  4. ทำความสะอาด handpiece ทุกครั้งหลังทำการรักษา

คอร์สการเข้ารับการรักษา

  1. ทำการรักษาอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ โดยสามารถประเมินความพึงพอใจได้หลังทำการรักษา 4 ครั้ง และในบางรายอาจต้องเพิ่มการรักษาอีก 2 ครั้ง
  2. หากต้องการ maintain ผลการรักษาให้ทำซ้ำ 1 ครั้ง ทุก 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองในแต่ละบุคคล

Tips

  • รอยแดง ช้ำ หลังทำการรักษาอาจเกิดขึ้นได้และหายได้เองหลังทำการรักษา 1-3 วัน นานที่สุดอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • หากทำการรักษาบริเวณแขนให้งอแขนเล็กน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงการกระตุ้น Superficial arm nerve
  • ในบางรายที่เกิดรอยแดงช้ำจากเส้นเลือดแตกง่าย อาจพิจารณาไปทำการรักษาด้วย Plus